กลไก ควอร์ทซ์
ฟังก์ชัน ขนาดเล็ก ทั้งแบบวัสดุโลหะและฝังเพชร: เข็มชั่วโมง, เข็มนาที
ขนาดใหญ่ ทั้งแบบวัสดุโลหะและฝังเพชร: เข็มชั่วโมง, เข็มนาที, วินาที, และวันที่
ตัวเรือน โลหะ
ขนาดเล็ก: 21 x 21 mm.
ขนาดใหญ่: 30.5 x 30.5 mm.
กันน้ำลึกถึง 50 เมตร
ฝังเพชร
ขนาดเล็ก: เพชรเจียระไน 64 เม็ด (0.74 กะรัต)
ขนาดใหญ่: เพชรเจียระไน 64 เม็ด (2.25 กะรัต)
คุณภาพของเพชร VVS (มีตำหนิเพียงเล็กจิ๋ว)
กระจก คริสตัลซัฟไฟร์กันแสงสะท้อน
หน้าปัด ขัดเงาขึ้นลายแสงอาทิตย์, ตัวเลขสีดำ
ยกเว้นเลข 2 และเลข 4 สีชมพูเฟื่องฟ้า
สายหนัง สายนาฬิกาขนาดทั่วไปหรือชนิดพิเศษพันสองทบ (สำหรับขนาดเล็กพร้อมตัวเรือนโลหะ) ซึ่ง ผลิตขึ้นจากหนังแกะจากรัฐไมซอร์ (Mysore) สีชมพูเฟื่องฟ้า พร้อมเข็มขัดโลหะ
เช้าวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1769 หลุยส์ – อองตวน เดอ บูแกงวีลล์ ผู้ซึ่งกลับจากทริปท่องโลกอันเป็นตำนาน ได้นำสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่เขาหอบหิ้วกลับมาจากประเทศบราซิล หมู่เกาะตาฮีติ และเกาะมอริชัส ออกแสดง หนึ่งในนั้นคือต้นไม้ขนาดเล็กพร้อมด้วยกลีบดอกบอบบางสีชมพูเข้มสะท้อนแสง ซึ่งได้รับการตั้งชื่อให้ว่า บูแกงวิลลี หรือ เฟื่องฟ้า ในภาษาไทย สีชมพูนั้นร้อนเร่าและตรงไปตรงมา หากแต่ในขณะเดียวกันกลับลึกล้ำ ดึงดูดพลังอำนาจจากสีแดงและความนวลนุ่มของสีเลือดหมู และบัดนี้สีดังกล่าวก็ได้รับการจับคู่กับเรือนเวลารุ่น H – Hour หนึ่งในเพชรน้ำงามจาก La Montre Hermès (ลา มองเทรอ แอร์เมส) เพื่อหวนให้รำลึกถึงสรวงสวรรค์เขตร้อนและวันเวลาแห่งความสุข
H – Hour Bougainvillea ตัวเรือนล้วนได้รับการยึดติดกับสายสีชมพูเฟื่องฟ้าแสนสวย ซึ่งผลิตขึ้นจากหนังแกะจากรัฐไมซอร์ (Mysore) ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย โครงของตัวเรือนขึ้นทรงเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ประกอบด้วยเส้นดิ่งสองเส้นทางด้านข้าง หลอมติดด้วยโครงสามเหลี่ยมขนาดเล็กทางหัวและหาง และล้อมกรอบแนวนอนจนกลายเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่สมบูรณ์แบบ บ้างโครงเรือนได้รับการขับเน้นด้วยโลหะขัดวาวขึ้นเงา บ้างประดับตกแต่งด้วยเพชรเจียระไนถึง 64 เม็ด อีกทั้ง ณ จุดกึ่งกลางขององค์ประกอบอันพิถีพิถัน หน้าปัดขัดเงาขึ้นลายแสงอาทิตย์สีเงินยังปรากฏตัวเลขสีดำ เว้นเพียงเลขสองและสี่ ในสีชมพูเข้ากันกับสาย ซึ่งสื่อนัยยะถึงที่ตั้งของบริษัท ณ เลขที่ 24 ถนน โฟบูกร์ แซงท์ – ออนอเร่ (24, Faubourg Saint – Honor ) กลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ด้วยสายนาฬิกาขนาดทั่วไปหรือชนิดพิเศษพันสองทบ ซึ่งผ่านการขึ้นตะเข็บด้วยกรรมวิธีเดียวกับการเย็บอานม้า รวมถึงงานออกแบบกราฟฟิกระดับพิสุทธิ์ของตัวเรือน ตลอดจนสีที่แตกต่าง เรือนเวลา H – Hour Bougainvillea จึงส่องประกายความสง่างามอย่างไม่ลำพองตน ทั้งยังหยอกเย้ากับชื่อรุ่นอย่างชาญฉลาด และเพิ่มเติมรายละเอียดอันสร้างสรรค์ ที่สามารถส่งผ่านจินตนาการกว้างไกลได้ดุจดังบังเหียนที่ไร้การควบคุมและแน่นอนที่สุดในยามเฟื่องฟ้าแย้มบานรับแสงแห่งฤดูใบไม่ผลิ