Diamonds Are A Girl’s Best Friend

คงไม่มีสตรีคนใดที่จะไม่ชื่นชอบหรือไม่หลงไหลในความงดงามของเพชร  ดั่งบทเพลงที่ Marilyn Monroe ได้ขับร้องไว้อย่างตราตรึงใจว่า “These rocks don’t lose their shapes, Diamonds are a girl’s best friend” ในภาพยนตร์เรื่อง Gentlemen Prefer Blondes เมื่อปีค.ศ.1953

หากถามว่าทำไมเพชรถึงมีราคาสูง  แน่นอนว่าคำตอบคงจะมีมากมายและคำตอบแรกที่หนีไม่พ้นก็คือความงามที่สวยใสเป็นประกายอย่างไม่สามารถหาอัญมณีชนิดใดมาเปรียบเทียบได้  นอกจากเรื่องของความงามแล้วเพชรยังเป็นวัสดุที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในโลก  รู้หรือไม่ว่าเพชรแต่ละเม็ดนั้นมีอายุเฉลี่ยถึง 3.3 ล้านปีหรือกล่าวได้ว่าเพชรเกิดมาก่อนไดโนเสาร์ทุกตัวบนโลกนี้เสียอีก  เพชรจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนความรักที่งดงามบริสุทธิ์  ผนวกกับความแข็งแกร่งดังความรักอันมั่นคง  และอายุที่ยืนยาวของเพชรก็เปรียบได้กับความรักที่เป็นนิรันดร์นั่นเอง

ใครหลายๆ คนคงเคยผ่านหูกับคำว่า 4Cs กันมาบ้าง  หลัก 4Cs ได้รับการคิดค้นขึ้นโดย GIA ในปี ค.ศ.1953 เป็นเสมือนมาตรฐานในการจัดระดับของเพชรซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ทำให้สามารถกำหนดราคาที่เป็นมาตรฐานสากลได้อีกด้วย  หลัก 4Cs ที่ว่านี้ก็คือ 4 คุณลักษณ์สำคัญของเพชรแต่ละเม็ดที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเพชรเม็ดนั้นมีลักษณะอย่างไร  ซึ่งประกอบไปด้วยสี (Color)  ความสะอาด (Clarity) การเจียระไน (Cut) และน้ำหนัก (Carat)  ทำให้เรารู้ว่าจะต้องมองหาอะไรบ้างเมื่อต้องการเลือกซื้อเพชร  เริ่มด้วยการเลือกเพชรที่มาพร้อมใบรายงานผลจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ  ดูเผินๆ หน้าตาของเพชรอาจดูคล้ายกัน  ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้เราสบายใจได้ก็คือ  ใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณลักษณะเพชร  เรียกสั้นๆ ว่าใบรีพอร์ต (Report) หรือที่มักจะเรียกกันติดปากว่าใบเซอร์ฯ (Certificate) เปรียบเสมือนกับสมุดพกของนักเรียน เรียนดีวิชาไหน เรียนไม่ดีวิชาไหน วิชาไหนสอบได้เท่าไร  ก็จะถูกระบุอยู่ในสมุดพก  การซื้อเพชรพร้อม Report ก็เหมือนกับการมีผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรให้คำแนะนำ  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภคก็คือการอ่าน Report ให้เป็น  รู้ว่าตรงไหนหมายถึงอะไร  สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ระบุอยู่ใน Report ที่เราควรเข้าใจนั้นก็คือ 4Cs นั่นเอง  ซึ่งถูกระบุออกมาเป็นเกรด (Grade) ตั้งแต่สูงถึงต่ำแตกต่างกันไป  นอกจากนี้เราควรกำหนดงบประมาณของเราให้ชัดเจน  การจะเลือกซื้อเพชรสักหนึ่งเม็ดนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ใครๆ ก็คงอยากได้เพชรที่สวยที่สุด  น้ำงามที่สุดกันทั้งนั้น  แต่ในความเป็นจริงปัจจัยหลักก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องงบประมาณ  การตัดสินใจเลือกซื้อเพชรแบบไหนภายใต้งบประมาณที่กำหนดไว้นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน  เช่นในงบประมาณที่เท่ากันบางคนอาจจะชอบขนาดใหญ่แต่เกรดต่ำหน่อยไม่เป็นไร  แต่บางคนอาจจะอยากได้เพชรเกรดสูง น้ำงาม แต่มีขนาดเล็กกว่า  ส่วนบางคนอาจชื่นชอบรูปทรงแฟนซี (Fancy shape) เช่น รูปหัวใจ รูปไข่ รูปหยดน้ำ  โดยที่เพชรรูปทรงแฟนซีนั้นจะมีราคาต่ำกว่าเพชรรูปทรงกลมที่อยู่ในเกรดและขนาดเดียวกัน

อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือขนาดซึ่งมีหลักในการเลือกแตกต่างกันไป  แน่นอนว่าเพชรยิ่งมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งหายาก  ราคาก็ยิ่งสูง  แต่เพชรที่เรียกว่าหายากนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเพชรเม็ดใหญ่หรือเกรดสุงเท่านั้น  เพชรที่สามารถนำมาเข้าคู่หรือเข้าเซ็ตกันได้ก็เรียกว่าเป็นเพชรที่หายากเช่นกัน  การจะหาเพชรสัก 2 เม็ดที่เข้าคู่กันได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องมีขนาดน้ำหนัก สีและความสะอาดที่เหมาะสมแก่กันและกัน  โดยเฉพาะเพชรรูปทรงแฟนซีสักคู่หนึ่งหรือเซ็ตหนึ่งที่ไปกันได้นั้นนับว่าหายากมากทีเดียว

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.